จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การค้นพบครั้งสำคัญในโลก ใช้ความเย็นจุดเยือกแข็งสั่งเซลล์ไขมันทำลายตัวเอง (Zeltiq)

เทคโนโลยีล่าสุด การค้นพบครั้งสำคัญในโลก ใช้ความเย็นจุดเยือกแข็งสั่งเซลล์ไขมันทำลายตัวเอง (Zeltiq)

ในอดีตถ้าพูดถึงวิธีการกำจัดไขมันออกจากร่างกายที่ได้ผลดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นการดูดไขมัน Liposuction แต่แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด แต่ก็มีผลลัพธ์หลายอย่างที่ทำให้คนจำนวนมากยังขยาดไม่อยากทำ อันแรก ก็คือเจ็บ มีแผลใหญ่ต้องเปิดผิวหนัง ต้องพักฟื้น ต้องใช้ยาชา และนอกจากนั้น ทำเสร็จแล้วก็ยังทิ้งริ้วรอยคลื่นๆไว้เต็ม ดูไม่สวยงาม จะใส่บิกีนี่โชว์หุ่นก็ยังไม่ได้ เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการกำจัดไขมันด้วยวิธีการใหม่ โดยใช้ความเย็นระดับจุดเยือกแข็ง ที่ฮือฮามากในวงการ แพทย์ผิวหนัง เพราะถ้าพูดถึงการใช้ความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังโดยไม่ทำลายเซลล์ที่ดีได้ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก





ในปี ค.ศ. 2005 ได้มีการค้นพบว่าการใช้ความเย็นที่ติดลบในระดับหนึ่งจะสามารถสั่งเซลล์ไขมันให้โปรแกรมทำลายตัวเองได้ โดยไม่ทำความเสียหายให้เซลล์อื่นๆ ด้วยการค้นพบครั้งนี้ ทำให้เกิดงานวิจัยใน Wellman Lab, Harvard University อย่างจริงจังโดยการนำของ นายแพทย์ Rox Anderson แพทย์ผิวหนังผู้มีชื่อเสียงระดับโลก คณะวิจัยได้นำหลักการที่ค้นพบดังกล่าวพัฒนาเป็นเครื่องมือที่สามารถส่งพลังงานคลื่นความเย็น เข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ




เครื่องมือนี้ทำงานโดยการส่งคลื่นความเย็นในระดับ ติดลบ 5 องศาเซลเซียส ในลักษณะที่เป็นคลื่นเฉพาะเจาะจงที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้มีผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่มีผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ก็จะส่งคำสั่งให้เซลล์ไขมันทำลายตัวเอง โดยไม่มีผลต่อเซลล์ข้างเคียง หรือเซลล์ผิวหนังอื่นๆแต่อย่างใด เมื่อเซลล์ไขมันเข้าสู่จุดเยือกแข็งและ สั่งการให้ทำลายตัวเอง (Apoptosis) แล้ว เซลล์ไขมันที่ถูกคลื่นความเย็นนี้ก็จะค่อยๆ ทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ และร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ออกไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ ได้ผลเช่นเดียวกับการดูดไขมัน แต่ไม่เจ็บตัว ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น ผู้ที่ได้รับการรักษาจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ชั้นไขมันจะหดเล็กลงเรื่อยๆ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังรับการรักษา 2-3 เดือน 




ระหว่างทำก็สบายๆ ไม่เหมือนกับการดูดไขมัน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต้องมีการเตรียมตัว มีความเสี่ยง มีแผลเปิด และต้องพักฟื้นหลายวัน ผิวหลังทำก็ยังเป็นคลื่น เป็นรอนๆ ดูไม่สวยงาม ตรงข้ามกับวิธีการใหม่นี้ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก สบาย ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่มีการพักฟื้น ผิวหลังทำไม่ช้ำ ไม่เป็นรอน ผิวเรียบสวย ระหว่างทำก็นั่งพักผ่อนสบายๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นคอมพิเตอร์ หรือจะจิบชากาแฟไปด้วยก็ได้ ทำเสร็จก็กลับไปทำงานได้ตามปกติ แทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าไปกำจัดไขมันมาถ้าเราไม่บอก นับเป็นวิธีที่สะดวกสบายมาก จึงเป็นที่นิยมและฮือฮามากในวงการแพทย์ผิวหนังระดับโลกในขณะนี้ เป็นที่นิยมของคลีนิคผิวหนังและความงามระดับโลก



              หรือเพิ่งคลอดลูก หน้าท้องทำอย่างไรก็ไม่ยุบ หรือคนเจ้าเนื้อที่มีไขมันมากบริเวณสะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขน ซึ่งทำให้ไม่สามารถใส่เสื้อรัดรูป เพราะจะเห็นเนื้อปลิ้นออกมา ดูแล้วไม่น่ามอง เป็นเรื่องรบกวนใจสาวๆหลายคนที่เคยหุ่นดี แต่งตัวยังไงก็ได้ ให้ต้องหันมาใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ เพื่อปกปิด ชั้นไขมันเหล่านี้ 


ผลการรักษาอยู่ได้ยาวนาน เช่นเดียวกับการดูดไขมัน ไม่มีโยโย เอ็ฟเฟ็กซ์ ถ้ารู้จักเลือกอาหารรับประทาน เปลี่ยนพฤติกรรมในการกิน ออกกำลังกายบ้าง ถ้าทำได้อย่างนี้ไขมันก็จะไม่กลับมากวนใจอีกอย่างแน่นอนค่ะ
อย่างไรก็ดี วิธีการนี้ไม่เหมาะกับคนที่อ้วนมากๆ ซึ่งแบบนั้นยังไงก็ต้องใช้วิธีการดูดไขมันจึงจะเห็นผล แต่จะเหมาะมากๆกับคนที่มีไขมันสะสม ที่ทำให้รูปร่างไม่ได้สัดส่วน เช่น มีหน้าท้อง 


 




สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Apex Call Center 085 70000 36
Phuket 088 000 2100
Pattaya 087 096 1234

Cool sculpting คืออะไร


cool sculpting คืออะไร

     เทคโนโลยีการกำจัดไขมันออกจากร่างกายอาจเรียกได้ว่าดีกว่าการดูดไขมัน(Liposuction) เสียอีก คือการใช้เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า 
cool sculpting ซึ่งเป็นการนำความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกคิดค้นโดยนายแพทย์ Rox Anderson และนายแพทย์ Dieter Manstein แพทย์ผิวหนังระดับโลกและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านฟิสิกส์แห่งสถาบันวิจัย Wellman Center for Photomedicine แห่งมหาวิทยาลัย Harvard 




ขั้นตอนการรักษา
จะมีการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกบริเวณที่จะติดตัวเครื่องให้แนบสนิทกับผิวหนังด้วยระบบสูญญากาศ




ระยะการทำงานนั้นใช้เวลาเพียง 60 นาทีโดย ในช่วง5 นาทีแรกที่ตัวเครื่องทำการแนบสนิทกับผิวหนัง จะรู้สึกได้ว่ามีการดึง การดูดเล็กน้อยและจะเริ่มรู้สึกเย็น 



หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ในเครื่องจะปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมโดยเครื่องมือนี้จะส่งคลื่นความเย็นในระดับติดลบ ซึ่งมีผลต่อการไหลเวียนของของเลือดที่มีผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น เมื่อเซลล์ไขมันถูกคลื่นความเย็นก็จะค่อยๆทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ และร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ออกไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ



“ในระหว่างที่ทำการรักษาก็สามารถฟังเพลง ดูโทรทัศน์ เล่นบีบี ไอแพด หรือจะอ่านหนังสือไปด้วยก็ได้เพราะไม่เจ็บ ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่มีการดมยาสลบ และใช้เวลาสั้นๆประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเป็นที่นิยมในหมู่ของผู้ที่ต้องการลดสัดส่วนและต้องการขจัดไขมันที่ได้ผลจริงโดยไม่ต้องผ่าตัด


ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร
เครื่อง cool sculpting สามารถลดชั้นไขมันได้ประมาณ 20 %และถ้าทำซ้ำบริเวณเดิมอีกครั้งหนึ่งก็จะลดเพิ่มไปอีก 20% โดยเฉลี่ย ซึ่งมีผลการวิจัยรับรองจากมหาวิทยาลัยHarvard และสถาบันชั้นนำอื่นๆ
“หลังทำการรักษาไม่ต้องพักฟื้นสามารถกลับไปทำงานหรือออกกำลังกายได้ตามปกติจึงนับว่าเป็นที่นิยมมากในวงการแพทย์ผิวหนังระดับโลกในขณะนี้”


ผลการรักษาจะเริ่มปรากฎเมื่อไร
ผลการรักษานั้นจะปรากฏอย่างเร็วประมาณ 3 สัปดาห์และเห็นชัดเจนมากขึ้นในเดือนที่ 2 แต่ร่างกายยังคงขจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วเหล่านั้นจนครบไปเรื่อยๆกระทั่งเข้าเดือนที่ 4

ผู้ที่เหมาะสมต่อการใช้เครื่อง cool sculpting
การใช้เครื่องcool sculpting เพื่อสลายเซลล์ไขมันนั้นเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสม ต้องการลดเฉพาะส่วน เช่น ผู้ที่มีหน้าท้อง เพิ่งคลอดบุตร หรือผู้ที่ต้องการลด สะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขนแต่อย่างไรก็ตามควรออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมต่อร่างกายควบคู่กันไปด้วยที่สำคัญเซลล์ไขมันที่ถูกขจัดไปแล้วจะไม่กลับมาอีก

เคล็ดลับ
เคล็ดลับสำคัญของเครื่องcool sculpting นั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าเย็นเท่าไร อุณหภูมิเท่าไร แต่อยู่ที่อัตราการปลดปล่อยความเย็นและระบบสูญญากาศที่ช่วยในการให้ความเย็นนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



Real visible results, Proven in histology
(เห็นผลจริงชัดเจน , พิสูจน์จากห้องปฏิบัติการ)
Consistent, predictable and minimal time required
(ใช้ระยะเวลาสั้น)
Biologically selective only effects fat, FDA approved
(ปลอดภัยเพราะทำลายเฉพาะชั้นไขมัน)
Non – invasive
(ไม่มีบาดแผล, ไม่ต้องพักฟื้น, ไม่ใช่การผ่าตัด)

สนใจ ติดต่อ โรงพยาบาลนครธน 
1 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 56  แขวงแสมดำ, Bang Khun Thian, Bangkok 10150
02-450 9999



                                                                        แผนที่



Cool Sculpting : ลดพุงด้วยความเย็น ครั้งเดียว เห็นผล ไม่เจ็บที่ คลีนิคนีโอ


นพ.จรัสพล   รินทระ  จาก Clenic Neo แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสลายไขมันและความงาม



  • ปัญหาอ้วน ลงพุง ไขมันส่วนเกิน นอกจากจะเป็นปัญหาด้านความงามของคนเรา แล้วยังพบว่า ความอ้วน ยังอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการ

  • เกิดโรคต่างๆ ภายหลังได้ การสะสมของไขมัน ในจุดที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก้ม คาง ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอว สะโพก พุง ฯลฯ ย่อมทำให้ขาดความมั่นใจ ในการที่จะโชว์สรีระต่อหน้าคนอื่นๆปัจจุบัน การกำจัดไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการ ในวงการด้านความงาม ได้จัดแบ่งเป็นสองประเภทดังนี้ 


  • 1. Invasive Lipolysis : ได้แต่การกำจัดไขมันส่วนเกิน โดยการใช้เทคนิคการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฉีดหรือแทงเข้าไปสลายไขมัน ซึ่งแบ่งได้คร่าวๆ ดังนี้ 
  • 1.1 Liposuction : ในอดีตถ้าพูดถึงวิธีการกำจัดไขมันออกจากร่างกายที่ได้ผลดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นการดูดไขมัน Liposuction ด้วย Vacuum แต่แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด แต่ก็มีผลลัพธ์หลายอย่างที่ทำให้คนจำนวนมากยังขยาดไม่อยากทำ อันแรก ก็คือเจ็บ มีแผลใหญ่ต้องเปิดผิวหนัง หลังทำต้องพักฟื้น ต้องใช้ยาชาหรือวางยาสลบ และนอกจากนั้น ทำเสร็จแล้วก็ยังทิ้งริ้วรอยไขมันเป็นคลื่นๆไว้เต็มไปหมด ดูไม่สวยงาม จะใส่บิกีนี่โชว์หุ่นก็ยังไม่ได้ แล้วก็ยังเสี่ยงต่ออันตราย หรือผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด ที่มีข่าวให้ปรากฏกันบ่อยๆ






  • 1.2 Laser Lipolysis : ต่อมาในช่วงไม่กี่ปีนี้ (ประมาณ 5 ปี) ก็ได้มีการพัฒนาเลเซอร์สำหรับนำมาสลายไขมัน ซึ่งมีหลากหลายช่วงคลื่น เช่น Nd;YAG 1064 nm,1320 mn Diode Laser 924 nm,940 nm หลักการ ก็โดยสอดท่อเข้าไปที่ผิวหนัง ปลายท่อจะปล่อยแสงเลเซอร์ยิงใส่เซลล์ไขมันที่ต้องการสลาย โดนผ่านสายนำเลเซอร์เส้นเล็กๆประมาณ 1 มิลลิเมตร เพื่อให้เซลล์ไขมันที่ต้องการรักษา ถูกสลายจนกลายเป็นน้ำมันทันที ไขมันที่สลายแล้วส่วนหนึ่งจะไหลออกมาทางรูเข็มที่เป็นทางเข้าของสายเลเซอร์ ส่วนที่เหลือจะค่อยๆถูกขับออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง เป็นวิธีที่ได้ผลรองจากการทำ Liposuction แต่ก็มีผลลัพธ์หลายอย่างที่ทำให้คนจำนวนมากยังขยาดไม่อยากทำซ้ำเช่นกัน เพราะหลังทำก็เจ็บปวด ต้องพันสายรัดแน่น มีน้ำเหลืองซึมตามรูเข็ม เกิดรอยช้ำระบม อาจจะเกิดรอยไหม้จากเลเซอร์ และยังทำให้ไขมันที่หลงเหลือมีลักษณะเป็นก้อนๆ ไม่สม่ำเสมอ 






  • 1.3 VASER LipoSelection: เป็นเทคโนโลยีในการสลายเฉพาะเซลล์ไขมัน(LipoSelection) โดยแพทย์จะสอดท่อเข้าไปผิวหนังตรงไขมันเฉพาะจุด แล้วจะปล่อยพลังงานคลื่นเสียง(Ultrasound) ในระดับความถี่ที่จะไปทำลายเฉพาะเจาะจงแต่กับเซลล์ไขมันเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ก้อนไขมันก็จะกลายเป็นของเหลว ทำให้แพทย์สามารถดูดออกมาจากร่างกายได้โดยง่ายโดยทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงโดยเฉพาะเส้นเลือดและเซลล์ประสาทบริเวณรอบๆก้อนไขมัน เสียหายหรือถ้าจะถูกกระทบกระเทือนบ้างก็น้อยกว่า Liposuction , Laser Lipolysis ทำให้ช่วยลดการเกิดรอยบวมช้ำหลังการผ่าตัด และผลการรักษาได้ผลดีกว่า คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าการกำจัดไขมันทั่วไป แต่หลังทำก็ยังเจ็บปวด ต้องพันสายรัด และยังทำให้ไขมันที่หลงเหลือมีลักษณะเป็นก้อนๆ ไม่สม่ำเสมอ เช่นกัน 
    1.4 Medical Lipolysis or Mesofat : วิธีการกำจัดไขมันส่วนเกิน วิธีหนึ่ง ด้วยการที่แพทย์จะใช้เข็มฉีดยา ฉีดส่งยา ซึ่งมีสรรพคุณสลายไขมันที่สะสมในชั้นไขมัน โดยใช้กลุ่มยาหลายๆ ตัว เช่น Phosphatidylcholine,Deoxycholate,L-carnitine, Vitamin B complex ,Amino acids,Minerals ฯลฯ โดยปริมาณที่ฉีด ก็แล้วแต่บริเวณที่ต้องการ เหมาะกับการทำในบริเวณที่เล็กๆ จะได้ผลดี เช่น แก้ม คาง ต้นแขน โดยไขมันจะค่อยๆ สลาย แม้จะมีผลข้างเคียงน้อยสุด แต่ก็ได้ผลช้าและต้องทำหลายครั้ง กรณีที่ต้องการกำจัดไขมันในบริเวณกว้างๆ เช่น พุง ต้นขา อาจจะต้องแทงเข็มหลายครั้งด้วยยาปริมาณมาก ทำให้คนไข้บางคน ยอมแพ้ หรือไม่มีเวลา ที่จะมาได้บ่อยๆ 

  • 2. Non-Invasive Lipolysis : คือ การกำจัดไขมันส่วนเกิน โดยการใช้เทคนิคการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ สลายไขมัน จากภายนอกร่างกาย โดยไม่มีการแทงเข้าไปในผิวหนังให้เกิดความเจ็บปวด ปัจจุบัน แบ่งได้ เป็น 2 กลุ่มดังนี้ 
    2.1 Ultrasound Lipolysis : เป็นการสลายไขมันด้วยเครื่อง Ultrasound โดยใช้พลังงานความร้อน แต่วิธีนี้ FDA ของอเมริกา และอย.เมืองไทย ไม่ได้รับรองผลว่าได้ผลจริง จึงจะไม่ขอกล่าวต่อไป 
    2.2 Crypolysis or Cool Sculpting : ในปี ค.ศ. 2005 ได้มีการค้นพบว่าการใช้ความเย็นที่ติดลบในระดับหนึ่ง (ประมาณ -5 ถึง -7 องศาเซลเซียส )ในลักษณะที่เป็นคลื่นเฉพาะเจาะจงที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้มีผลต่อการไหล เวียนของเลือดที่มีผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด (ประมาณ 1 ชั่วโมง) ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ก็จะส่งคำสั่งให้เซลล์ไขมันทำลายตัวเอง โดยไม่มีผลต่อเซลล์ข้างเคียง หรือเซลล์ผิวหนังอื่นๆแต่อย่างใด เมื่อเซลล์ไขมันเข้าสู่จุดเยือกแข็งและ สั่งการให้ทำลายตัวเอง (Apoptosis) แล้ว เซลล์ไขมันที่ถูกคลื่นความเย็นนี้ก็จะค่อยๆ ทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ และร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ออกไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ ได้ผลเช่นเดียวกับการดูดไขมัน หรือการสลายไขมันด้วยเลเซอร์ แต่ไม่เจ็บตัว ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น ผู้ที่ได้รับการรักษาจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ชั้นไขมันจะหดเล็กลงเรื่อยๆ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังรับการรักษา 2-3 เดือน ที่สำคัญไขมันจะไม่กลับมาสะสมได้อีก






  • ด้วยการค้นพบครั้งนี้ ทำให้เกิดงานวิจัยใน Wellman Lab, Harvard University อย่างจริงจังโดยการนำ ของบริษัท Zeltiq Aesthetics ร่วมกับ Wallman Center แห่ง Massechusetts General Hospital ( Harvard Medical School) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย Dr.Dieter Manstein และ Dr.R.Rox Anderson (แพทย์ผิวหนังผู้มีชื่อเสียงระดับโลก) ได้คิดค้นเครื่อง CoolSculpting เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในโลก ขณะนี้ที่ได้รับการรับรองผลโดยองค์การอาหารและยา (FDA) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย จัดเป็นเครื่องมือเครื่องเดียว ที่เป็น Non-Invasive Lipolysis ที่ได้ผลจริง (Subcutaneous Fat Reduction) ด้วยการสลายไขมันโดยเทคนิค Cryolipolysis โดยเครื่องมือจะส่ง พลังงานคลื่นความเย็น เข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ซึ่งเป็นที่ฮือฮากันในหมู่ดาราฮอลลีวู้ด และโด่งดังอย่างมากในยุโรป และอเมริกา เพียง 1 ชั่วโมง ต่อครั้ง ชั้นไขมันจะยุบตัวลง 1-2 นิ้ว หรือ 20-25% ใน 1-2 เดือน ซึ่งได้ผลพอๆ กับการทำ VASER เพียงแต่ต้องรอเวลานานกว่าเท่านั้น สามารถจะทำซ้ำได้อีก ทุก 2-3 เดือน เพื่อการหวังผลที่พอใจ




  • รายละเอียดของการทำ Crypolysis or Cool Sculpting 
    แพทย์จะวัดขนาดชั้นไขมัน เพื่อเลือกหัวที่จะทำการดูดไขมันด้วยความเย็นจัดที่เหมาะสม วางแผ่นเจลเย็นเพื่อป้องกันความเย็นจะมีผลต่อผิวหนัง จัดเป็นวิธีที่สะดวก สบาย ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่มีการพักฟื้น ผิวหลังทำไม่ช้ำ ไม่เป็นลอน ผิวเรียบสวย ระหว่างทำก็นั่งพักผ่อนสบายๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นคอมพิเตอร์ ไอแพค บีบี หรือจะจิบชากาแฟไปด้วยก็ได้ โดยใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง ทำเสร็จก็กลับไปทำงานได้ตามปกติ แทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าไปกำจัดไขมันมาถ้าเราไม่บอก นับเป็นวิธีที่สะดวกสบายมาก จึงเป็นที่นิยมและฮือฮามาก
  •  เคล็ดลับสำคัญของเครื่อง cool sculpting  คือ Real visible results, Proven in histology (เห็นผลจริงชัดเจน , พิสูจน์จากห้องปฏิบัติการ),Consistent, predictable and minimal time required (ใช้ระยะเวลาสั้น),Biologically selective only effects fat, FDA approved (ปลอดภัยเพราะทำลายเฉพาะชั้นไขมัน –ผ่านการรับรองจากอย.อเมริกา และผ่านอย.เมืองไทยแล้ว ),Non – invasive (ไม่มีบาดแผล, ไม่ต้องพักฟื้น, ไม่ใช่การผ่าตัด)  

  • ผู้ที่เหมาะสมต่อการใช้เครื่อง cool sculpting
    การใช้เครื่อง cool sculpting เพื่อสลายเซลล์ไขมันนั้นเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสม ต้องการลดเฉพาะส่วน เช่น ผู้ที่มีหน้าท้อง พุง หลังคลอดบุตร บั้นเอว(ซึ่งวิธีอื่นๆ ทำได้ยากมาก ไม่ว่าการดูดไขมัน หรือสลายไขมันด้วยเลเซอร์) หรือผู้ที่ต้องการลด สะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขน นมโต(ในผู้ชาย) แต่อย่างไรก็ตามควรออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์เหมาะสมต่อร่างกายควบคู่กันไปด้วยที่สำคัญเซลล์ไขมันที่ถูกขจัดไป แล้วจะไม่กลับมาอีก
  • ข้อห้ามในการทำการสลายไขมันด้วยความเย็น
      การสลายไขมันด้วยความเย็น จัดเป็นเครื่องมือที่ไม่มีการแทงหรือต้องเตรียมตัวอะไรก่อนทำ สามารถทำได้ทุกเพศ ทุกวัย แม้จะมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรค SLE  ฯลฯ ก็สามารถทำได้ โดยไม่กระทบต่อปัญหาที่มีอยุ่เดิม ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้โรครุนแรงมากขึ้น เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการลดน้ำหนัก เพื่อลดการปวดเข่า ปวดข้อ 
  • ผลข้างเคียงที่พบได้หลังทำ
    1. รอยแดงจากความเย็น ซึ่งจะหายภายใน 2-3 วัน
    2. อาการชาๆ จากความเย็น ซึ่งจะหายภายใน 7-10 วัน
    3. อาจจะมีอาการคล้ายๆ ตะคริว หรือคันนิดๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะหายภายใน 7-10 วันเช่นกัน
    นอกนั้นไม่พบผลข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายสอบถามเพิ่มเติมที่ หรือโทรนัดได้ที่ คลินิกนีโอ โทร. 02-6532211-2 





  • วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

    กำจัดเซลล์ไขมันด้วยความเย็น ทางเลือกของคนอยากหุ่นเป๊ะ!




          แพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและเลเซอร์ โรงพยาบาลนครธน 


              ปัจจุบันนี้กรรมวิธีในการขจัดไขมันส่วนเกิน มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้เลือกมากมาย จนบางคนสงสัยคิดว่าวิธีไหนจะเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดแพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและเลเซอร์ โรงพยาบาลนครธน จึงอาสามาไขความกระจ่าง
           
           คุณหมอกล่าวว่า ปัจจุบันคนไข้เริ่มศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมทั้งความงามและเรือนร่างมากขึ้น แต่ผู้สนใจปรับแต่งหน้าตายังมีอัตราสูงกว่าการจัดการกับเรือนร่างในสัดส่วน 70 : 30 สำหรับคนไข้สนใจจัดการกับปัญหาเรือนร่างโดยเฉพาะไขมันส่วนเกินนั้น มีทางเลือกทั้งวิธีแบบผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด 





     “ส่วนใหญ่คนไข้จะมากำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องและต้นขามากที่สุด หมอจะแนะนำคนไข้กว้างๆ ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหน เพราะเดี๋ยวนี้วิทยาการสมัยใหม่ ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าปลอดภัยเยอะขึ้น และราคาค่อนข้างสูง คนไข้จึงต้องรู้วิธีการและผลลัพธ์ที่จะได้ละเอียด หรือหากบางคนต้องการดูดไขมันส่วนเกินทั้งตัว ก็ต้องใช้เครื่องมือถึง 3-4 แบบ การรับคำแนะนำจากแพทย์และค้นหาข้อมูลถึงนวัตกรรมนั้นๆ จึงสำคัญที่สุด” 
           
           การขจัดไขมันบริเวณต้นแขนจะนิยมใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งสามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึก จึงทำให้เกิดการไหลเวียนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปพลังงานจากภายใน และช่วยให้เลือด น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น มีการขับของเสียในระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ส่วนไขมันหน้าท้องและต้นขานั้น ทำได้ทั้งวิธีการผ่าตัดแบบดูดเอาไขมันออก หรือเจาะแล้วใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์สลายไขมัน ซึ่งเห็นผลชัดเจน รวดเร็ว แต่คนไข้ต้องพักฟื้นนาน และมักมีแผลเป็น ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด อาจทำได้โดยการนวดหรือตบเพื่อสลายไขมัน แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง




         
          

           
           “แต่ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Cool Sculpting เทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นโดยไม่ต้องผ่าตัด หลายคนอาจแปลกใจว่าความเย็นจะสลายไขมันได้จริงหรือ แต่วิธีนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เนื่องจากพบว่า เด็กกินไอศกรีมแล้วแก้มจะบุ๋มเข้าไป จึงนำมาศึกษาและวิจัย จึงพบว่าความเย็นในระดับหนึ่งจะทำให้เซลล์ไขมันตาย แต่คอลลาเจนไม่ได้สลายไปด้วย จึงเป็นที่มาของเครื่องมือชนิดนี้” 






           
           กลไกการทำงานของเทคโนโลยีชนิดนี้ คือ เครื่องตัวนี้ใช้ความเย็นปล่อยเข้าไปจับไขมันบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับบริเวณไขมันหน้าท้อง และไขมันบริเวณเอวด้านหลัง โดยความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและตายไปในที่สุด เรียกกระบวนการนี้ว่า Apoptosis จากนั้นไขมันจะถูกขับออกจากร่างกายของเราตามกระบวนการของร่างกาย ในการรักษาเพียง 1 ครั้ง สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันได้ถึง 22% แถมทำเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ



                                                                  

           
           “วิธีนี้เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอด 4 เดือนขึ้นไป และผู้ที่อยากกำจัดไขมันบริเวณหน้าท้องและเอวด้านหลังจะเห็นผลชัดเจน เซลล์ไขมันที่ตายแล้วจะไม่กลับมาอีก นอกจากคนไข้จะกลับไปมีไลฟ์สไตล์แบบเดิม ดังนั้นใครที่เลือกกำจัดไขมันส่วนเกินแบบเห็นผลทันใจ ก็ควรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรตลงด้วย ส่วนใครที่อยากลดไขมันด้วยการออกกำลังกาย หมอแนะนำให้เล่นโยคะ เพราะจะช่วยในการเผาผลาญไขมันเฉพาะที่ได้เป็นอย่างดี”





     แม้นวัตกรรมจะรุดหน้าแค่ไหน เราก็ยังเห็นข่าวผู้เสียชีวิตจากการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่ผ่านการรับรองจากอย. คุณหมอเตือนทิ้งท้ายว่า หากเลือกดูดไขมันโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือคลินิกที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือครบถ้วน อาจทำให้ไขมันเข้าไปในกระแสเลือด หากคลินิกที่ไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งภาวะนี้จะทำให้คนไข้เสียชีวิตได้เลย 

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
    http://www.manager.co.th/CelebOnline

    หมายเหตุ เครื่อง CoolSculpting™ ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท Zeltiq Aesthetics Plesanton ร่วมกับ Massachusetts General Hospital (Harvard) ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยมีบริษัท FILTECH ENTERPRISE  เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เียวในประเทศไทย
     เครื่อง CoolSculpting เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น non-invasive procedure ที่ใช้ในการลดจำนวนไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับบริเวณที่มีการสะสมของไขมันซึ่งไม่สามารถกำจัดได้โดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย






           
           

    CoolSculpting by ZELTIQ นวัตกรรมการสลายไขมันขั้นสูงสุดด้วยความเย็น


    CoolSculpting 



                             เครื่อง CoolSculpting™ ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท Zeltiq Aesthetics Plesanton ร่วมกับ Massachusetts General Hospital (Harvard) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น non-invasive procedure ที่ใช้ในการลดจำนวนไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับบริเวณที่มีการสะสมของไขมันซึ่งไม่สามารถกำจัดได้โดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย



    CoolSculpting™ ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Cryolipolysis™ คือ การใช้ความเย็นที่เหมาะสมในการทำให้ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) เกิด apoptosis โดยกระบวนการดังกล่าวนั้นเป็นแบบ non-invasive จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น และไม่เจ็บ ในการรักษาแต่ละครั้งสามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันในบริเวณที่ทำการรักษาได้ประมาณ 20% โดยเซลล์ไขมันดังกล่าวจะถูกกำจัดออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง ทำให้ไม่สามารถกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก ผลการรักษาดังล่าวจะเริ่มชัดเจนในสัปดาห์ที่ และดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องจนถึง ถึง เดือนหลังการรักษา




    กร เริ่มต้นโดยการให้ความเย็นในปริมาณที่เหมาะสมแก่เซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง และรักษาระดับความเย็นนั้นไว้ระยะหนึ่งจนเซลล์ไขมันแข็งตัว หลังจากการรักษาดังกล่าวประมาณ 3 วันเซลล์ไขมันจะเริ่มเกิดกระบวนการ apoptosis และภายใน 14 วันระบบน้ำเหลืองจะเริ่มกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้จำนวนเซลล์ไขมันลดลงและชั้นไขมันบางลงอย่างเห็นได้ชัด

                บริเวณที่สามารถทำการรักษาด้วย CoolSculpting™ แล้วให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ได้แก่ บริเวณหน้าท้อง แผ่นหลัง และไขมันบริเวณข้างลำตัว (love handle)