แพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและเลเซอร์ โรงพยาบาลนครธน
ปัจจุบันนี้กรรมวิธีในการขจัดไขมันส่วนเกิน มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้เลือกมากมาย จนบางคนสงสัยคิดว่าวิธีไหนจะเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดแพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและเลเซอร์ โรงพยาบาลนครธน จึงอาสามาไขความกระจ่าง
คุณหมอกล่าวว่า ปัจจุบันคนไข้เริ่มศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมทั้งความงามและเรือนร่างมากขึ้น แต่ผู้สนใจปรับแต่งหน้าตายังมีอัตราสูงกว่าการจัดการกับเรือนร่างในสัดส่วน 70 : 30 สำหรับคนไข้สนใจจัดการกับปัญหาเรือนร่างโดยเฉพาะไขมันส่วนเกินนั้น มีทางเลือกทั้งวิธีแบบผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด
“ส่วนใหญ่คนไข้จะมากำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องและต้นขามากที่สุด หมอจะแนะนำคนไข้กว้างๆ ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหน เพราะเดี๋ยวนี้วิทยาการสมัยใหม่ ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าปลอดภัยเยอะขึ้น และราคาค่อนข้างสูง คนไข้จึงต้องรู้วิธีการและผลลัพธ์ที่จะได้ละเอียด หรือหากบางคนต้องการดูดไขมันส่วนเกินทั้งตัว ก็ต้องใช้เครื่องมือถึง 3-4 แบบ การรับคำแนะนำจากแพทย์และค้นหาข้อมูลถึงนวัตกรรมนั้นๆ จึงสำคัญที่สุด”
การขจัดไขมันบริเวณต้นแขนจะนิยมใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งสามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึก จึงทำให้เกิดการไหลเวียนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปพลังงานจากภายใน และช่วยให้เลือด น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น มีการขับของเสียในระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ส่วนไขมันหน้าท้องและต้นขานั้น ทำได้ทั้งวิธีการผ่าตัดแบบดูดเอาไขมันออก หรือเจาะแล้วใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์สลายไขมัน ซึ่งเห็นผลชัดเจน รวดเร็ว แต่คนไข้ต้องพักฟื้นนาน และมักมีแผลเป็น ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด อาจทำได้โดยการนวดหรือตบเพื่อสลายไขมัน แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
การขจัดไขมันบริเวณต้นแขนจะนิยมใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งสามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึก จึงทำให้เกิดการไหลเวียนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปพลังงานจากภายใน และช่วยให้เลือด น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น มีการขับของเสียในระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ส่วนไขมันหน้าท้องและต้นขานั้น ทำได้ทั้งวิธีการผ่าตัดแบบดูดเอาไขมันออก หรือเจาะแล้วใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์สลายไขมัน ซึ่งเห็นผลชัดเจน รวดเร็ว แต่คนไข้ต้องพักฟื้นนาน และมักมีแผลเป็น ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด อาจทำได้โดยการนวดหรือตบเพื่อสลายไขมัน แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
“แต่ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Cool Sculpting เทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นโดยไม่ต้องผ่าตัด หลายคนอาจแปลกใจว่าความเย็นจะสลายไขมันได้จริงหรือ แต่วิธีนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เนื่องจากพบว่า เด็กกินไอศกรีมแล้วแก้มจะบุ๋มเข้าไป จึงนำมาศึกษาและวิจัย จึงพบว่าความเย็นในระดับหนึ่งจะทำให้เซลล์ไขมันตาย แต่คอลลาเจนไม่ได้สลายไปด้วย จึงเป็นที่มาของเครื่องมือชนิดนี้”
กลไกการทำงานของเทคโนโลยีชนิดนี้ คือ เครื่องตัวนี้ใช้ความเย็นปล่อยเข้าไปจับไขมันบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับบริเวณไขมันหน้าท้อง และไขมันบริเวณเอวด้านหลัง โดยความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและตายไปในที่สุด เรียกกระบวนการนี้ว่า Apoptosis จากนั้นไขมันจะถูกขับออกจากร่างกายของเราตามกระบวนการของร่างกาย ในการรักษาเพียง 1 ครั้ง สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันได้ถึง 22% แถมทำเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
“วิธีนี้เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอด 4 เดือนขึ้นไป และผู้ที่อยากกำจัดไขมันบริเวณหน้าท้องและเอวด้านหลังจะเห็นผลชัดเจน เซลล์ไขมันที่ตายแล้วจะไม่กลับมาอีก นอกจากคนไข้จะกลับไปมีไลฟ์สไตล์แบบเดิม ดังนั้นใครที่เลือกกำจัดไขมันส่วนเกินแบบเห็นผลทันใจ ก็ควรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรตลงด้วย ส่วนใครที่อยากลดไขมันด้วยการออกกำลังกาย หมอแนะนำให้เล่นโยคะ เพราะจะช่วยในการเผาผลาญไขมันเฉพาะที่ได้เป็นอย่างดี”
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
http://www.manager.co.th/CelebOnline
หมายเหตุ เครื่อง CoolSculpting™ ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท Zeltiq Aesthetics Plesanton ร่วมกับ Massachusetts General Hospital (Harvard) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีบริษัท FILTECH ENTERPRISE เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เียวในประเทศไทย
เครื่อง CoolSculpting เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น non-invasive procedure ที่ใช้ในการลดจำนวนไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับบริเวณที่มีการสะสมของไขมันซึ่งไม่สามารถกำจัดได้โดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น