จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กำจัดเซลล์ไขมันด้วยความเย็น ทางเลือกของคนอยากหุ่นเป๊ะ!




      แพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและเลเซอร์ โรงพยาบาลนครธน 


          ปัจจุบันนี้กรรมวิธีในการขจัดไขมันส่วนเกิน มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้เลือกมากมาย จนบางคนสงสัยคิดว่าวิธีไหนจะเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดแพทย์หญิงศิเรมอร ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าและเลเซอร์ โรงพยาบาลนครธน จึงอาสามาไขความกระจ่าง
       
       คุณหมอกล่าวว่า ปัจจุบันคนไข้เริ่มศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมทั้งความงามและเรือนร่างมากขึ้น แต่ผู้สนใจปรับแต่งหน้าตายังมีอัตราสูงกว่าการจัดการกับเรือนร่างในสัดส่วน 70 : 30 สำหรับคนไข้สนใจจัดการกับปัญหาเรือนร่างโดยเฉพาะไขมันส่วนเกินนั้น มีทางเลือกทั้งวิธีแบบผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด 





 “ส่วนใหญ่คนไข้จะมากำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องและต้นขามากที่สุด หมอจะแนะนำคนไข้กว้างๆ ว่าจะเลือกใช้วิธีการไหน เพราะเดี๋ยวนี้วิทยาการสมัยใหม่ ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าปลอดภัยเยอะขึ้น และราคาค่อนข้างสูง คนไข้จึงต้องรู้วิธีการและผลลัพธ์ที่จะได้ละเอียด หรือหากบางคนต้องการดูดไขมันส่วนเกินทั้งตัว ก็ต้องใช้เครื่องมือถึง 3-4 แบบ การรับคำแนะนำจากแพทย์และค้นหาข้อมูลถึงนวัตกรรมนั้นๆ จึงสำคัญที่สุด” 
       
       การขจัดไขมันบริเวณต้นแขนจะนิยมใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งสามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึก จึงทำให้เกิดการไหลเวียนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปพลังงานจากภายใน และช่วยให้เลือด น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น มีการขับของเสียในระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ส่วนไขมันหน้าท้องและต้นขานั้น ทำได้ทั้งวิธีการผ่าตัดแบบดูดเอาไขมันออก หรือเจาะแล้วใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์สลายไขมัน ซึ่งเห็นผลชัดเจน รวดเร็ว แต่คนไข้ต้องพักฟื้นนาน และมักมีแผลเป็น ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด อาจทำได้โดยการนวดหรือตบเพื่อสลายไขมัน แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง




     
      

       
       “แต่ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Cool Sculpting เทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นโดยไม่ต้องผ่าตัด หลายคนอาจแปลกใจว่าความเย็นจะสลายไขมันได้จริงหรือ แต่วิธีนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เนื่องจากพบว่า เด็กกินไอศกรีมแล้วแก้มจะบุ๋มเข้าไป จึงนำมาศึกษาและวิจัย จึงพบว่าความเย็นในระดับหนึ่งจะทำให้เซลล์ไขมันตาย แต่คอลลาเจนไม่ได้สลายไปด้วย จึงเป็นที่มาของเครื่องมือชนิดนี้” 






       
       กลไกการทำงานของเทคโนโลยีชนิดนี้ คือ เครื่องตัวนี้ใช้ความเย็นปล่อยเข้าไปจับไขมันบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับบริเวณไขมันหน้าท้อง และไขมันบริเวณเอวด้านหลัง โดยความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและตายไปในที่สุด เรียกกระบวนการนี้ว่า Apoptosis จากนั้นไขมันจะถูกขับออกจากร่างกายของเราตามกระบวนการของร่างกาย ในการรักษาเพียง 1 ครั้ง สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันได้ถึง 22% แถมทำเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ



                                                              

       
       “วิธีนี้เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอด 4 เดือนขึ้นไป และผู้ที่อยากกำจัดไขมันบริเวณหน้าท้องและเอวด้านหลังจะเห็นผลชัดเจน เซลล์ไขมันที่ตายแล้วจะไม่กลับมาอีก นอกจากคนไข้จะกลับไปมีไลฟ์สไตล์แบบเดิม ดังนั้นใครที่เลือกกำจัดไขมันส่วนเกินแบบเห็นผลทันใจ ก็ควรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรตลงด้วย ส่วนใครที่อยากลดไขมันด้วยการออกกำลังกาย หมอแนะนำให้เล่นโยคะ เพราะจะช่วยในการเผาผลาญไขมันเฉพาะที่ได้เป็นอย่างดี”





 แม้นวัตกรรมจะรุดหน้าแค่ไหน เราก็ยังเห็นข่าวผู้เสียชีวิตจากการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่ผ่านการรับรองจากอย. คุณหมอเตือนทิ้งท้ายว่า หากเลือกดูดไขมันโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือคลินิกที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือครบถ้วน อาจทำให้ไขมันเข้าไปในกระแสเลือด หากคลินิกที่ไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งภาวะนี้จะทำให้คนไข้เสียชีวิตได้เลย 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
http://www.manager.co.th/CelebOnline

หมายเหตุ เครื่อง CoolSculpting™ ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท Zeltiq Aesthetics Plesanton ร่วมกับ Massachusetts General Hospital (Harvard) ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยมีบริษัท FILTECH ENTERPRISE  เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เียวในประเทศไทย
 เครื่อง CoolSculpting เป็นเครื่องมือแรกและเครื่องเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น non-invasive procedure ที่ใช้ในการลดจำนวนไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับบริเวณที่มีการสะสมของไขมันซึ่งไม่สามารถกำจัดได้โดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย






       
       

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น