นพ.จรัสพล รินทระ จาก Clenic Neo แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสลายไขมันและความงาม
|
| |
เกิดโรคต่างๆ ภายหลังได้ การสะสมของไขมัน ในจุดที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก้ม คาง ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอว สะโพก พุง ฯลฯ ย่อมทำให้ขาดความมั่นใจ ในการที่จะโชว์สรีระต่อหน้าคนอื่นๆปัจจุบัน การกำจัดไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการ ในวงการด้านความงาม ได้จัดแบ่งเป็นสองประเภทดังนี้ | |
1.4 Medical Lipolysis or Mesofat : วิธีการกำจัดไขมันส่วนเกิน วิธีหนึ่ง ด้วยการที่แพทย์จะใช้เข็มฉีดยา ฉีดส่งยา ซึ่งมีสรรพคุณสลายไขมันที่สะสมในชั้นไขมัน โดยใช้กลุ่มยาหลายๆ ตัว เช่น Phosphatidylcholine,Deoxycholate,L-carnitine, Vitamin B complex ,Amino acids,Minerals ฯลฯ โดยปริมาณที่ฉีด ก็แล้วแต่บริเวณที่ต้องการ เหมาะกับการทำในบริเวณที่เล็กๆ จะได้ผลดี เช่น แก้ม คาง ต้นแขน โดยไขมันจะค่อยๆ สลาย แม้จะมีผลข้างเคียงน้อยสุด แต่ก็ได้ผลช้าและต้องทำหลายครั้ง กรณีที่ต้องการกำจัดไขมันในบริเวณกว้างๆ เช่น พุง ต้นขา อาจจะต้องแทงเข็มหลายครั้งด้วยยาปริมาณมาก ทำให้คนไข้บางคน ยอมแพ้ หรือไม่มีเวลา ที่จะมาได้บ่อยๆ
2. Non-Invasive Lipolysis : คือ การกำจัดไขมันส่วนเกิน โดยการใช้เทคนิคการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ สลายไขมัน จากภายนอกร่างกาย โดยไม่มีการแทงเข้าไปในผิวหนังให้เกิดความเจ็บปวด ปัจจุบัน แบ่งได้ เป็น 2 กลุ่มดังนี้
2.1 Ultrasound Lipolysis : เป็นการสลายไขมันด้วยเครื่อง Ultrasound โดยใช้พลังงานความร้อน แต่วิธีนี้ FDA ของอเมริกา และอย.เมืองไทย ไม่ได้รับรองผลว่าได้ผลจริง จึงจะไม่ขอกล่าวต่อไป
2.2 Crypolysis or Cool Sculpting : ในปี ค.ศ. 2005 ได้มีการค้นพบว่าการใช้ความเย็นที่ติดลบในระดับหนึ่ง (ประมาณ -5 ถึง -7 องศาเซลเซียส )ในลักษณะที่เป็นคลื่นเฉพาะเจาะจงที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้มีผลต่อการไหล เวียนของเลือดที่มีผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด (ประมาณ 1 ชั่วโมง) ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ก็จะส่งคำสั่งให้เซลล์ไขมันทำลายตัวเอง โดยไม่มีผลต่อเซลล์ข้างเคียง หรือเซลล์ผิวหนังอื่นๆแต่อย่างใด เมื่อเซลล์ไขมันเข้าสู่จุดเยือกแข็งและ สั่งการให้ทำลายตัวเอง (Apoptosis) แล้ว เซลล์ไขมันที่ถูกคลื่นความเย็นนี้ก็จะค่อยๆ ทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ และร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ออกไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ ได้ผลเช่นเดียวกับการดูดไขมัน หรือการสลายไขมันด้วยเลเซอร์ แต่ไม่เจ็บตัว ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น ผู้ที่ได้รับการรักษาจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ชั้นไขมันจะหดเล็กลงเรื่อยๆ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังรับการรักษา 2-3 เดือน ที่สำคัญไขมันจะไม่กลับมาสะสมได้อีก
แพทย์จะวัดขนาดชั้นไขมัน เพื่อเลือกหัวที่จะทำการดูดไขมันด้วยความเย็นจัดที่เหมาะสม วางแผ่นเจลเย็นเพื่อป้องกันความเย็นจะมีผลต่อผิวหนัง จัดเป็นวิธีที่สะดวก สบาย ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่มีการพักฟื้น ผิวหลังทำไม่ช้ำ ไม่เป็นลอน ผิวเรียบสวย ระหว่างทำก็นั่งพักผ่อนสบายๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นคอมพิเตอร์ ไอแพค บีบี หรือจะจิบชากาแฟไปด้วยก็ได้ โดยใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง ทำเสร็จก็กลับไปทำงานได้ตามปกติ แทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าไปกำจัดไขมันมาถ้าเราไม่บอก นับเป็นวิธีที่สะดวกสบายมาก จึงเป็นที่นิยมและฮือฮามาก
การใช้เครื่อง cool sculpting เพื่อสลายเซลล์ไขมันนั้นเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสม ต้องการลดเฉพาะส่วน เช่น ผู้ที่มีหน้าท้อง พุง หลังคลอดบุตร บั้นเอว(ซึ่งวิธีอื่นๆ ทำได้ยากมาก ไม่ว่าการดูดไขมัน หรือสลายไขมันด้วยเลเซอร์) หรือผู้ที่ต้องการลด สะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขน นมโต(ในผู้ชาย) แต่อย่างไรก็ตามควรออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์เหมาะสมต่อร่างกายควบคู่กันไปด้วยที่สำคัญเซลล์ไขมันที่ถูกขจัดไป แล้วจะไม่กลับมาอีก
การสลายไขมันด้วยความเย็น จัดเป็นเครื่องมือที่ไม่มีการแทงหรือต้องเตรียมตัวอะไรก่อนทำ สามารถทำได้ทุกเพศ ทุกวัย แม้จะมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรค SLE ฯลฯ ก็สามารถทำได้ โดยไม่กระทบต่อปัญหาที่มีอยุ่เดิม ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้โรครุนแรงมากขึ้น เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการลดน้ำหนัก เพื่อลดการปวดเข่า ปวดข้อ
1. รอยแดงจากความเย็น ซึ่งจะหายภายใน 2-3 วัน
2. อาการชาๆ จากความเย็น ซึ่งจะหายภายใน 7-10 วัน
3. อาจจะมีอาการคล้ายๆ ตะคริว หรือคันนิดๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะหายภายใน 7-10 วันเช่นกัน
นอกนั้นไม่พบผลข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายสอบถามเพิ่มเติมที่ หรือโทรนัดได้ที่ คลินิกนีโอ โทร. 02-6532211-2




.jpg)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น